1. ปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้
ในลำไส้ของเรามีจุลินทรีย์อาศัยอยู่หลายล้านล้านตัว ทั้งชนิดที่ดี (โพรไบโอติก) และชนิดที่อาจก่อปัญหา เมื่อจุลินทรีย์ชนิดไม่ดีมีมากเกินไป อาจส่งผลต่อการทำงานของลำไส้ ทำให้ท้องผูก
การเติมโพรไบโอติกเข้าไป จะช่วยเพิ่มจำนวนจุลินทรีย์ดี ให้กลับมาอยู่ในภาวะสมดุล ซึ่งจำเป็นต่อการย่อยอาหารและการขับถ่ายที่ปกติ
2. กระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ (Gut Motility)
โพรไบโอติกมีส่วนช่วยกระตุ้นให้ลำไส้เกิดการบีบตัว (Peristalsis) ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติเพื่อลำเลียงกากอาหารและอุจจาระไปสู่ลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย
เมื่อลำไส้เคลื่อนไหวได้ดีขึ้น กากอาหารจะไม่ตกค้างอยู่ในลำไส้นานเกินไป ช่วยลดเวลาที่อุจจาระอยู่ในลำไส้ (Gut Transit Time) ทำให้การขับถ่ายเกิดขึ้นได้สม่ำเสมอขึ้น
3. สร้างกรดไขมันสายสั้น (Short-Chain Fatty Acids – SCFAs)
เมื่อโพรไบโอติกย่อยสลายเส้นใยอาหาร (Prebiotics) ที่เราทานเข้าไป พวกมันจะผลิตสารที่มีประโยชน์อย่าง “กรดไขมันสายสั้น” (SCFAs) ออกมา กรดเหล่านี้มีประโยชน์หลายอย่าง:
-
●
เป็นแหล่งพลังงานให้กับเซลล์เยื่อบุลำไส้ใหญ่ ทำให้ลำไส้แข็งแรง
-
●
ช่วยลดค่า pH (เพิ่มความเป็นกรด) ในลำไส้ ซึ่งสภาวะนี้จะช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้โดยตรง
4. ปรับปรุงลักษณะของอุจจาระ
โพรไบโอติกบางสายพันธุ์มีผลต่อการดูดซึมน้ำและเกลือแร่ในลำไส้ และช่วยปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมในลำไส้ ซึ่งส่งผลต่อลักษณะของอุจจาระโดยตรง
ผลการศึกษาหลายชิ้นพบว่าโพรไบโอติกช่วยทำให้อุจจาระนิ่มขึ้น และเพิ่มความถี่ในการขับถ่าย ทำให้ถ่ายได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องเบ่งแรง